ISSUE 39 ประจำเดือน เมษายน - มิถุนายน 2569
C&A Insights ฉบับที่ 39 เดือน เมษายน - มิถุนายน 2569 นำเสนอเรื่อง การปรับปรุง TFRS 9 เรื่องการเลิกรับรู้หนี้สินทางการเงิ…
Readของศาลเพื่อทำการวินิจฉัยคดีความ ขั้นตอนไต่สวน ผู้ต้องหาจะถูกเรียกว่า “จำเลย” ก่อนดำเนินการสืบสวนเพื่อเก็บรวบรวมหลักฐาน สิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ “ควร” เริ่มดำเนินการสืบสวนหรือไม่


การสอบสวน ทางนิติวิทยาศาสตร์
ของศาลเพื่อทำการวินิจฉัยคดีความ ขั้นตอนไต่สวน ผู้ต้องหาจะถูกเรียกว่า “จำเลย” ก่อนดำเนินการสืบสวนเพื่อเก็บรวบรวมหลักฐาน สิ่งแรกที่ต้องพิจารณา คือ “ควร” เริ่มดำเนินการสืบสวนหรือไม่ การสืบสวนมักมาจากสาเหตุที่ว่า “มีสิ่งยืนยัน” ไม่ว่าจะเป็นอาการที่ปรากฎหรือสัญญาณเตือนบางประการที่บ่งบอกว่าอาจมีการทุจริตเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามประเด็นที่ต้องพิจารณาประกอบเพิ่มเติม คือ สิ่งยืนยันที่แสดงนั้นมีความหนักแน่นน่าเชื่อถือเพียงใด ต้นทุนในการสืบสวนมีจำนวนมากน้อยเท่าใด ลักษณะและมูลค่าความเสียหายของการทุจริตเป็นอย่างไร สัญญาณที่ส่งออกไปยังบุคลากรขององค์กรหากไม่ทำการสืบสวนเป็นอย่างไร ผลกระทบต่อภาพลักษณ์หรือชื่อเสียงองค์กรหากไม่ทำการสืบสวนเป็นอย่างไร ความเสี่ยงที่แตกต่างกันระหว่างทางเลือกของการสืบสวนและการไม่สืบสวน
เมื่อตัดสินใจที่จะเริ่มต้นทำการสืบสวน นักบัญชีนิติวิทยาต้องเลือกวิธีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานให้เหมาะกับการทุจริตของแต่ละประเภท ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 วิธี คือ 1. การสืบสวนการลักทรัพย์ (Theft) โดยการสอดแนมและการปฏิบัติการลับ การเฝ้าสอดส่อง การยึดและการตรวจค้นคอมพิวเตอร์ การสืบสวนหลักฐานทางกายภาพ 2. การสืบสวนการปกปิด (Concealment) โดยการตรวจสอบเอกสาร การตรวจสอบ การค้นทางอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจนับสินทรัพย์ 3. การสืบสวนการแปลงทรัพย์ (Conversion) โดยการค้นหาหลักฐานสาธารณะ การหาหลักฐานข้อมูลออนไลน์ การหาหลักฐานวิธีรายได้/ทรัพย์สินสุทธิ 4. การสืบสวนด้วยการสอบสวน (Inquiry) โดยการสัมภาษณ์และการสอบสวน การเข้าเครื่องจับเท็จ ระบบการพิจารณาคดีและสืบสวนหลักฐานที่ใช้อยู่โดยทั่วไป มี 2 ระบบ สำคัญ คือ ระบบไต่สวน และระบบกล่าวหา สำหรับ “ระบบไต่สวน” ศาลมีบทบาทและอำนาจในการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ ศาลสามารถริเริ่มดำเนินการกระบวนการพิจารณา ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดร้องขอและไม่ถูกจำกัดให้พิจารณาเฉพาะเพียงข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่คู่ความเสนอต่อศาล ส่วนใน “ระบบกล่าวหา” คู่ความแต่ละฝ่ายต้องรวบรวมหลักฐาน
เสนอและตรวจสอบข้อเท็จจริงกันเอง ศาลถูกจำกัดกรอบให้พิจารณาเฉพาะข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่คู่ความเสนอต่อศาลเท่านั้น แม้คู่ความจะมิได้เสนอพยานหลักฐานกันโดยครบถ้วน สำหรับในประเทศไทย โดยหลักการแล้วเป็นการพิจารณาและสืบพยานโดย “ระบบกล่าวหา” แต่ทว่าตามโครงสร้างของโครงสร้างของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้อำนาจศาลไทยเช่นเดียวกับระบบไต่สวนไว้ในหลายมาตรา ยิ่งไปกว่านั้นการพิจารณาและการสืบสวนสำหรับคดีบางประเภทยังกำหนดบทบาทและอำนาจของศาลไทยไว้เช่นเดียวกับระบบไต่สวนอย่างชัดเจน การบวนการของนักบัญชีนิติวิทยาในช่วงเริ่มแรก คือ การพิจารณาจำนวนของข้อมูลและการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทดสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ คำว่า “พยานหลักฐาน” หมายถึง สิ่งที่สามารถพิสูจน์


ที่มา : การบัญชีนิติวิทยา Forensic Accounting : องค์ความรู้เชิงบูรณาการสู่ยุคดิจิทัล โดย ผศ. สมชาย ศุภธาดา
ข้อเท็จจริงที่มีการกล่าวอ้างในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา พยานหลักฐานอาจะจัดแบ่งได้ประเภทได้หลายลักษณะ ตามวัตถุประสงค์ของผู้แบ่งและเกณฑ์ที่ใช้แบ่ง โดยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้แบ่งพยานหลักฐานออกตามวิธีการนำสืบเป็น 4 ประเภท คือ พยานบุคคล (บุคคลที่มาเบิกความต่อศาลด้วยวาจา) พยานเอกสาร (ข้อความใดๆ ในเอกสารที่มีการอ้างเป็นพยาน) พยานวัตถุ (วัตถุสิ่งของ คน สถานที่ที่อ้างเป็นพยาน) และพยานผู้เชี่ยวชาญ (พยานบุคคลซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง) ทั้งนี้ นักบัญชีนิติวิทยาควรตั้งสมมติฐานบนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยใช้กระบวนการทาววิทยาศาสตร์เป็นแนวทางเพื่อความมีประสิทธิภาพประสิทธิผลของการตรวจสอบสืบสวน

This article is for general information only
C&A Insights
C&A Insights ฉบับที่ 39 เดือน เมษายน - มิถุนายน 2569 นำเสนอเรื่อง การปรับปรุง TFRS 9 เรื่องการเลิกรับรู้หนี้สินทางการเงิ…
Read
C&A Insights
C&A Insights ฉบับที่ 38 เดือน มกราคม - มีนาคม พ.ศ. 2569 นำเสนอเรื่อง เมื่อเงิน “แลกไม่ได้”: ทำความเข้าใจการแก้ไข IAS 21 …
Read
C&A Insights
C&A Insights ฉบับที่ 37 เดือน ตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2568 นำเสนอเรื่อง MPMs: ตีกรอบมุมมองใหม่ของฝ่ายบริหารภายใต้ IFRS 18เ…
Read