ISSUE 19 ประจำเดือน สิงหาคม2565

C&A Insights ฉบับที่ 19 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565 เสนอบทความเรื่อง “TFRS 15 ที่มาใช้กับบริษัทจดทะเบียนกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์ ได้เขียนไว้ในบทความเรื่อง เรื่อง

C&A Insights ฉบับที่ 19 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2565 เสนอบทความเรื่อง “TFRS 15 ที่มาใช้กับบริษัทจดทะเบียนกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.วรศักดิ์ ทุมมานนท์ ได้เขียนไว้ในบทความเรื่อง เรื่องน่ารู้ของการนำ TFRS 15 มาใช้กับบริษัทจดทะเบียนกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในจุลสารสมาคมการบัญชีไทย ปีที่ 16 ฉบับที่ 2 เดือน ธันวาคม 2563 ในการรับรู้รายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการ TFRS 15 กำหนดหลักการสำคัญ 5 ขั้นตอนไว้ดังต่อไปนี้ 1. ระบุสัญญาที่ทำกับลูกค้า 2. ระบุภาระที่ต้องปฏิบัติในสัญญา 3. กำหนดราคาของรายการ 4. ปันส่วนราคาของรายการให้กับภาระที่ต้องปฏิบัติที่รวมอยู่ในสัญญา 5. รับรู้รายได้เมื่อ (หรือขณะที่) กิจการปฏิบัติตามภาระที่ต้องปฏิบัติเสร็จสิ้น TFRS 15 กำหนดให้กิจการใช้ดุลยพินิจและพิจารณาข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการพิจารณาตามหลักการในแต่ละขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ระบุสัญญาที่ทำกับลูกค้า บริษัทจดทะเบียนที่เริ่มใช้

TFRS 15 ที่มาใช้กับบริษัท จดทะเบียนกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

TFRS 15 ในงบการเงินระหว่างกาล สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562 พบว่าไม่มีกิจการใดเลยเปิดเผยในเรื่องนี้ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งอย่างไรก็ดีการซื้อขายบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างย่อมมีสัญญาอย่างแน่นอน ขั้นตอนที่ 2 ระบุภาระที่ต้องปฏิบัติในสัญญา หากมีการส่งมอบของแถมแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขาย ทุกบริษัทที่มีการส่งมอบทำนองนี้ต่างเปิดเผยว่าภายใต้ TFRS 15 กิจการบันทึกรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยระบุภาระที่ต้องปฏิบัติในสัญญา

(Performance Obligation) แยก เป็น 2 ข้อตกลงกับลูกค้าที่แตกต่าง กัน คือ การส่งมอบห้องชุดหรือบ้าน และการส่งมอบของแถมแนบท้ายสัญญาจะซื้อจะขายเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ ขั้นตอนที่ 3 กำหนดราคาของรายการ บริษัทส่วนใหญ่จะเปิดเผยตรงกันว่ากิจการแสดงรายได้จากการขายตามมูลค่าที่ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับสำหรับสินค้าที่ได้ส่งมอบหลังจากหักส่วนลด ขั้นตอนที่ 4 ปันส่วนราคาของรายการให้กับภาระที่ต้องปฏิบัติที่รวมอยู่ในสัญญา มีประเด็นในหลาย

เรื่อง เช่น การให้สินค้าโดยไม่คิดมูลค่า บัตรกำนัลส่งเสริมการขาย เป็นต้น ในส่วนของการให้สินค้าโดยไม่คิดมูลค่า บริษัทต่างเปิดเผยว่ากิจการพิจารณาว่าสัญญาขายอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย การขายอสังหาริมทรัพย์และการขายเครื่องตกแต่งที่เกี่ยวข้องที่มีการให้โดยไม่คิดมูลค่า จึงต้องปันส่วนสิ่งตอบแทนตามสัญญาให้กับอสังหาริมทรัพย์และเครื่องตกแต่งที่เกี่ยวข้องในสัดส่วนที่มีความสัมพันธ์กับราคาขายแบบเอกเทศ บัตรกำนัลส่งเสริมการขาย มีบางบริษัทเปิดเผยว่ากิจการให้บัตรกำนัลส่งเสริมการขายแก่ลูกค้า โดยลูกค้าสามารถใช้บัตรกำนัลดังกล่าว เพื่อแลกสินค้าตามข้อตกลง กิจการได้ปันส่วนมูลค่าจากรายการขายอสังหาริมทรัพย์ให้กับบัตรกำนัลที่มอบให้แก่ลูกค้าโดยอ้างอิงมูลค่ายุติธรรมของสินค้า ขั้นตอนที่ 5 การรับรู้รายได้ สิ่งตอบแทนที่ได้รับจากลูกค้าก่อนการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้า เช่น พวกเงินจอง เงินค่างวดล่วงหน้า กิจการต้องแสดงเป็นเงินรับล่วงหน้าจากลูกหนี้ (หนี้สิน) ในงบแสดงฐานะการเงิน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และจากการให้เครื่องตกแต่งโดยไม่คิดมูลค่า ในเรื่องนี้ กิจการต่างเปิดเผยว่ารับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เมื่อได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์และรายได้จากการตกแต่งโดยไม่คิดมูลค่าเมื่อกิจการได้ส่งมอบเครื่องตกแต่งให้แก่ลูกค้า

รายได้จากบัตรกำนัลส่งเสริมการขาย บริษัทต้องรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปันส่วนให้กับบัตรกำนัลที่มอบให้แก่ลูกค้า เป็น”เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น” ในงบแสดงฐานะการเงิน และรับรู้เป็นรายได้เมื่อลูกค้านำบัตรกำนัลมาใช้สิทธิ การให้สินค้าโดยไม่คิดมูลค่า สำหรับสัญญาการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีการให้สินค้าโดยไม่คิดมูลค่าเมื่อมีการจดทะเบียนโอนบ้านหรือหน่วยในอาคารชุดพักอาศัยอันเป็นส่วนหนึ่งของรายการส่งเสริมการขายที่ระบุในสัญญาที่ทำกับลูกค้า บริษัทต้องบันทึกต้นทุนของรายการการให้สินค้าโดยไม่คิดมูลค่าดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากฝ่ายของกิจการพิจารณาว่าสินค้าที่ให้แก่ลูกค้าโดยไม่คิดมูลค่าดังกล่าวเป็นส่วนควบของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาระหลักที่กิจการต้องส่งมอบให้ลูกค้าตามสัญญา ค่าใช้จ่ายออกแทนลูกค้า บริษัทเปิดเผยว่ากรณีกิจการจ่ายชำระค่าใช้จ่ายแทน ลูกค้าเมื่อลูกค้าจดทะเบียนโอนบ้านหรือหน่วยในอาคาร ชุดพักอาศัย กิจการพิจารณาว่าการจ่ายหรือคาดว่าต้องจ่ายดังกล่าวเป็นการจ่ายหรือคาดว่าต้องจ่ายเพื่อตอบแทนลูกค้าเพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าได้โอนให้ต่างหากหรือไม่ หากการจ่ายหรือคาดว่าต้องจ่ายดังกล่าวเป็นการจ่ายหรือคาดว่าต้องจ่ายเพื่อตอบแทนลูกค้าเพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าได้โอนให้ต่างหาก สิ่งตอบแทนดังกล่าว ต้องบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายเมื่อได้รับประโยชน์จากสินค้าหรือบริการนั้น ในทางกลับกัน หากการจ่ายหรือคาดว่าต้องจ่ายดังกล่าวไม่ได้เป็นการจ่ายหรือคาดว่าต้องจ่าย เพื่อตอบแทนลูกค้าเพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้าหรือบริการที่ลูกค้าได้โอนให้ต่างหาก สิ่งตอบแทนดังกล่าวจึงต้อง บันทึกหักจากราคาของรายการและรายได้ที่รับรู้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้านั้น ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และค่าใช้จ่ายในการขายลดลง ต้นทุนการทำให้เสร็จสิ้นตามสัญญา บริษัทให้ความตรงกันว่า ต่างพิจารณาต้นทุนการทำให้เสร็จสิ้นตามสัญญาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่ผ่านมาแล้วเป็นต้นทุนการให้บริการก่อสร้างในงบกำไร ขาดทุนเมื่อเกิดรายการทั้งจำนวน ยกเว้นกิจการสามารถระบุได้ว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับสัญญาที่ทำกับลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจงและเป็นต้นทุนที่จะนำไปใช้ในการปฏิบัติตามภาระที่ต้องทำให้สำเร็จในอนาคต และกิจการคาดว่าจะได้รับคืนต้นทุนดังกล่าว กิจการจึงจะบันทึก ต้นทุนนั้นเป็นสินทรัพย์ในบัญชีงานระหว่างก่อสร้าง ในงบแสดงฐานะการเงิน ทุกท่านคงจะนำไปประยุกต์ในการอ่านงบการเงินของบริษัท จดทะเบียนกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้แล้ว ติดตามตอนต่อไปเดือนหน้า

ที่มา : จุลสารสมาคมการบัญชีไทย ปีที่ 16 ฉบับที่ 2 เดือน ธันวาคม 2563

This article is for general information only