ISSUE 20 ประจำเดือน กันยายน2565

C&A Insights ฉบับที่ 20 เดือนกันยายน พ.ศ. 2565 เสนอบทความเรื่อง “จากสามเหลี่ยมแห่งการทุจริตสู่สี่เหลี่ยมแห่งการทุจริต (ตอนที่ 1)” หลายท่านคงคุ้นเคยกับทฤษฎีสามเหลี่ยมทุจริต (Fraud Triangle)

C&A Insights ฉบับที่ 20 เดือนกันยายน พ.ศ. 2565 เสนอบทความเรื่อง “จากสามเหลี่ยมแห่งการทุจริตสู่สี่เหลี่ยมแห่งการทุจริต (ตอนที่ 1)” หลายท่านคงคุ้นเคยกับทฤษฎีสามเหลี่ยมทุจริต (Fraud Triangle) ที่ตำราหลายเล่มได้นำมาใช้ในการอธิบายองค์ประกอบที่ทำให้เกิดการทุจริต สามเหลี่ยมทุจริตดังกล่าวมีจุดเริ่มมาจากนักอาชญาวิทยาชื่อ Donald Cressey ซึ่งทำการศึกษาวิจัยปัจจัยที่ส่งผลให้คนทำลายความเชื่อมั่น (Trust) ที่ตนได้รับ โดยการสัมภาษณ์อาชญากรจำนวน 250 คนและสรุปว่า “ผู้ที่ได้รับความเชื่อมั่นจะกลายเป็นผู้ที่ทำลายความเชื่อมั่นนั้น เมื่อเขาเห็นว่าตนเองมีปัญหาทางการเงินที่ไม่สามารถให้ผู้อื่นทราบได้ ซึ่งเมื่อบุคคลดังกล่าวได้ตระหนักถึงปัญหา ก็จะกระทำการแก้ไขปัญหาอย่างลับๆ ด้วยการละเมิดความเชื่อมั่นทางการเงินที่ได้รับ และกระทำการตามสถานการณ์ที่ทำให้ตนเองนั้นสามารถปรับแนวคิดในการเป็นผู้ที่ได้รับความเชื่อมั่นในฐานะที่เป็นผู้ใช้เงินทุนหรือทรัพย์สินที่ตนเองได้รับความไว้วางใจให้ดูแล” (Cressey, 1950, หน้า 742)

จากสามเหลี่ยมแห่งการทุจริต สู่สี่เหลี่ยมแห่งการทุจริต (ตอนที่ 1)

ข้อสรุปของ Cressey (1950) ข้างต้นได้กล่าวถึงองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดการทุจริตรวม 3 ประการ ได้แก่ 1. แรงจูงใจหรือแรงกดดัน (Incentive / Pressure) ที่ทำให้ผู้กระทำผิดต้องการที่จะกระทำการทุจริตเช่นความเดือดร้อนทางด้านการเงินที่ไม่สามารถให้ผู้อื่นทราบได้นอกจากนี้อาจเป็นอบายมุขต่างๆอาทิการพนันยาเสพติด

2. โอกาส (Opportunity) ได้แก่ โอกาสที่จะทำลายความเชื่อมั่นหรือโอกาสในการกระทำการทุจริตซึ่งเกิดจากการที่ผู้กระทำผิดอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับความเชื่อมั่นและคาดว่าจะไม่ถูกจับได้หรือกล่าวในอีกนัยหนึ่งคือไม่มีการควบคุมภายในหรือระบบการควบคุมภายในบกพร่องทำให้ผู้กระทำการทุจริตสามารถกระทำการทุจริตอย่างลับๆ ได้เป็นผลสำเร็จ

3. การหาเหตุผล (Rationalization) เพื่อให้ตนเองสามารถสรุปได้ว่าการกระทำของตนนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ผิดและสามารถกระทำได้เช่นแนวคิดที่ว่าแค่ยืมเงินมาชั่วคราวโดยไม่ได้ขโมยหรือยักยอก นอกจากนี้อาจรวมถึงข้ออ้างที่ว่าใคร ๆ เขาก็ทำกันหรือตนเองได้รับค่าตอบแทนสำหรับการทำงานน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม Wolfe and Hermanson (2004) ได้เสนอแนวคิดเพื่อขยาย “สามเหลี่ยมทุจริต "ดังกล่าวเป็น“ สี่เหลี่ยมทุจริต" (Fraud Diamond) ซึ่งได้เพิ่มองค์ประกอบที่ก่อให้เกิดการทุจริตเพิ่มขึ้นอีก 1 องค์ประกอบ ได้แก่ “ความสามารถ” (Capability) โดย Wolfe and Hermanson ได้อธิบายไว้ว่าผู้ที่จะทำการทุจริตจะต้องมีคุณลักษณะและความสามารถที่จะทำให้การทุจริตสำเร็จได้กล่าวคือ นอกจากจะมีแรงจูงใจมองเห็นโอกาสและหาเหตุผลที่จะทำการทุจริตได้แล้ว จะต้องทำให้เกิดขึ้นจริงได้ด้วย ทั้งนี้คุณลักษณะหรือความสามารถที่จำเป็นจะมีความสำคัญยิ่งขึ้นสำหรับการทุจริตที่มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือครอบคลุมระยะเวลายาวนานคุณลักษณะหรือความสามารถที่จำเป็นมี 6 ประการ ดังนี้ 1. ตำแหน่งหรือหน้าที่ภายในองค์กร ซึ่งอาจจะช่วยให้ผู้

This article is for general information only