ISSUE 18 ประจำเดือน กรกฎาคม2565

C&A Insights ฉบับที่ 18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 เสนอบทความเรื่อง “กฎหมายฟอกเงิน ผลกระทบต่อนักบัญชีไทย” การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ นักบัญชีควรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่นักบัญชีต้องเตรียมพร้อม

C&A Insights ฉบับที่ 18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 เสนอบทความเรื่อง “กฎหมายฟอกเงิน ผลกระทบต่อนักบัญชีไทย” การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญ นักบัญชีควรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่นักบัญชีต้องเตรียมพร้อม ซึ่งอาจจะกระทบต่อสายงานที่เกี่ยวข้องกับนักบัญชีนิติวิทยา พัฒนาการของกฎหมายฟอกเงินมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2554 ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก Asia/Pacific Group on Money Laundering (APG) และได้รับการประเมินปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการฟอกเงินมาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 2545,2550, และ 2559 โดยมีผลการประเมินครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2559 ได้มีข้อเสนอแนะที่ยังบกพร่อง ได้แก่ 1. การประเมินความเสี่ยงและความเข้าใจในการบริหารจัดการความเสี่ยง 2. การกำกับองค์กรไม่แสวงหากำไร 3. ข้อกำหนดและการกำกับดูแล ผู้ประกอบวิชาชีพทนายความและนักบัญชี 4 บทลงโทษที่มีความเหมาะสมในปัจจุบันของกฎหมายฟอกเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ Financial Action Task Force on Money Laundering (FATF) ซึ่งเป็นคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนิน

กฎหมายฟอกเงิน ผลกระทบต่อนักบัญชีไทย

มาตรการทางการเงิน เกี่ยวกับการฟอกเงิน ได้ระบุกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1. สถาบันการเงิน เช่น บริษัทหลักทรัพย์ ธนาคาร ประกันภัย รวมถึงผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นต้น 2. ผู้ประกอบอาชีพที่มิใช่สถาบันการเงิน เช่น คาสิโน ทนายความ นักบัญชี นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น จากการที่นักบัญชีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายฟอกเงินข้างต้นนั้น ทำให้นักบัญชีเกิด

ข้อตกลงรับบริการ รวมทั้งกระบวนการในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการรวบรวมหลักฐานนี้ ข้อกำหนดทางกฎหมายจะต้องอำนวยความสะดวกให้ผู้รวบรวมหลักฐาน รวมทั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และยังสามารถนำไปใช้เป็นเอกสารประกอบในชั้นศาล นั่นหมายความว่า ผู้รวบรวมหลักฐานจะต้องมีความเข้าใจในข้อกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เอกสารนั้นถูกแทรกแซง หรือนำไปใช้ในการบิดเบือนข้อเท็จจริง ประเด็นที่นักบัญชีควรให้ความสนใจ คือ กรอบอำนาจหน้าที่เชิงกฎหมายมีอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้ไม่กระทำผิดเนื่องจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น แนวทางในการพัฒนานักบัญชีนิติวิทยา ควรเน้นกระบวนการทำธุรกรรมที่มีผลกระทบต่อธุรกิจ ความเข้าใจในกระบวนการธุรกิจ และระบบการบันทึกข้อมูล นอกจากนั้นยังมีคำถามหนึ่งที่สำคัญ คือ ทำไมไม่ให้ผู้ตรวจสอบภายในหรือผู้สอบบัญชีรับหน้าที่ในการรวบรวมเอกสารดังกล่าว อย่าลืมว่าผู้ตรวจสอบภายในอาจจะไม่อิสระจากผู้บริหาร ในสายตาของบุคคลภายนอก (ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน จะพยายามแสดงศักยภาพและความสามารถในการให้ความเชื่อมั่นด้านการควบคุมภายใน) หรือแม้กระทั่งผู้สอบบัญชี ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินขององค์กร อย่างไรก็ตาม ผู้สอบบัญชีมีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบงบการเงินของกิจการ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ผู้สอบบัญชีเข้าใจถึงกระบวนการการรวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อนำไปสู่ชั้นศาลได้ ดังนั้น นักบัญชีนิติวิทยาจึงมีบทบาทในการค้นหาเอกสารและนำไปสู่ความถูกต้องตามข้อเท็จจริง

ไม่ช้าก็เร็วหากให้กฎหมายฟอกเงินในประเทศไทยเทียบเท่ากับสากล ไม่ช้าก็เร็วกฎหมายฟอกเงินคงจะมีผลบังคับใช้ในประเทศไทย ดังนั้น นักบัญชีต้องมีทัศนคติที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทของนักบัญชีที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตอันใกล้

ที่มา : * + - * จุลสารสมาคมการบัญชีไทย ปีที่ 17 ฉบับที่ 2 ธันวาคม 2564 * เสวนาพิจารณา เรื่อง ร่างกฎหมายการฟอกเงินฉบับแก้ไขเพิ่มเติม : ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 สภาวิชาชีพบัญชี

This article is for general information only