ISSUE 29 ประจำเดือน พฤศจิกายน - ธันวาคม 2566

C&A Insights ฉบับที่ 29 เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม พ.ศ. 2566 เสนอบทความเรื่อง “การเปลี่ยนชื่อเรียกในงบการเงิน” เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับปรับปรุงในปี 2566

C&A Insights ฉบับที่ 29 เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม พ.ศ. 2566 เสนอบทความเรื่อง “การเปลี่ยนชื่อเรียกในงบการเงิน” เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับปรับปรุงในปี 2566 ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ซึ่งเป็นฉบับปรับปรุงตามมาตรฐาน การรายงานทางการเงินระหว่างประเทศฉบับรวมเล่มปี 2566 (Bound volume 2023 Consolidated without early application) โดยมีผลบังคับใช้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2567 ซึ่งการปรับปรุงดังกล่าวเพื่อให้มาตรฐานการรายงานทางการเงินมีความชัดเจนและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ในมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับปรับปรุงในปี 2566 มาตรฐานการบัญชี

การเปลี่ยนชื่อเรียก ในงบการเงิน

ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงิน มีการเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ในภาษาไทย เพื่อให้มีความสอดคล้องกันในแต่ละงบการเงินมากขึ้น และเพื่อให้ตรงตามความหมายมากขึ้น

เนื่องจากศัพท์ภาษาอังกฤษใช้เป็นคนละคำแต่ภาษาไทยกลับแปลเหมือนกัน โดยการเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับงบการเงินนั้น สามารถสรุปการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้

คำศัพท์

ถ้อยคำเดิม

ถ้อยคำใหม่

Statement of financial position

งบแสดงฐานะการเงิน

งบฐานะการเงิน

Statement of changes in equity

งบแสดงการเปลี่ยนแปลง ส่วนของเจ้าของ

งบการเปลี่ยนแปลง ส่วนของเจ้าของ

Expense by nature

ค่าใช้จ่ายตามลักษณะ

ค่าใช้จ่ายตามธรรมชาติ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำของชื่องบการเงินนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สอดคล้องกันกับของบการเงินอื่น ๆ กล่าวคือ ชื่องบการเงินจะมีความแตกต่างกัน แต่ศัพท์ภาษาอังกฤษนั้นใช้คำ ๆ เดียวกัน คือ คำว่า Statement ดังนั้น เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกันทั้งหมดจึงทำให้มีการแก้ไขชื่องบการเงินโดยตัดคำว่า “แสดง” ออก อย่างไรก็ตาม ความหมายของงบการเงินทั้งสอง ยังคงมีความหมายเช่นเดิม กล่าวคือ งบฐานะการเงิน เป็นงบที่ให้ข้อมูลฐานะการเงินของกิจการ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ส่วน งบการเปลี่ยนแปลงส่วน ของเจ้าของเป็นงบที่ให้ข้อมูลถึงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของสำหรับช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ส่วนคำว่า Expense by Nature ได้เปลี่ยนจาก “ค่าใช้จ่ายตามลักษณะ” เป็น “ค่าใช้จ่ายตามธรรมชาติ” เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเปิดเผยรายการค่าใช้จ่ายดังกล่าวและ เพื่อให้ตรงตามความหมายของศัพท์ภาษาอังกฤษมากขึ้น

ที่มา : เปลี่ยนชื่อเพื่อให้สอดคล้องกับความหมายของคำศัพท์ โดย ฝ่ายวิชาการมาตรฐานวิชาชีพ สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 (https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/11932.pdf) อีกทั้งคำว่า “ลักษณะ” ในมาตรฐานการรายงานทางการเงินนั้น เป็นการแปลจากศัพท์ภาษาอังกฤษหลายคำ เช่น Characteristics และ Nature เป็นต้น จึงส่งผลให้อาจเกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนได้ การปรับปรุงถ้อยคำในมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 1 เรื่อง การนำเสนองบการเงินนั้น จึงปรับปรุงเพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (ปรับปรุง 2565) (TFRS for NPAEs) ยังไม่ได้มีการปรับปรุงถ้อยคำดังกล่าว โดยมาตรฐานยังคงถ้อยคำเดิม คือ งบแสดงฐานะการเงิน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ และค่าใช้จ่ายตามลักษณะ เนื่องด้วยเป็นมาตรฐานที่ใช้กันในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้น ในการจัดทำงบการเงินตาม TFRS for NPAEs หากกิจการเลือกใช้ตามถ้อยคำใหม่หรือยังคงใช้ตามถ้อยคำเดิมก็ถือได้ว่างบการเงินดังกล่าว จัดทำขึ้นตาม TFRS for NPAEs เพราะทั้งสองถ้อยคำมีความหมายเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ถ้อยคำดังกล่าวจะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกันเมื่อมีการปรับปรุง TFRS for NPAEs ต่อไปในอนาคต โดยประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กำหนดรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ. 2566 ได้มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ปรับปรุงใหม่ข้างต้น และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีบังคับใช้สำหรับการจัดทำงบการเงิน ซึ่งมีรอบปีบัญชีเริ่มต้นในหรือหลัง วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

This article is for general information only