ISSUE 39 ประจำเดือน เมษายน - มิถุนายน 2569
C&A Insights ฉบับที่ 39 เดือน เมษายน - มิถุนายน 2569 นำเสนอเรื่อง การปรับปรุง TFRS 9 เรื่องการเลิกรับรู้หนี้สินทางการเงิ…
Readยินดีต้อนรับเข้าสู่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ผ่านไปแล้วครึ่งปีของปี 2564 เดือนกรกฎาคม ถึอเป็นเดือนเริ่มแรกหลังจากผ่านครึ่งปีไปแล้ว และถือเป็นการเริ่มต้นของเหล่านักบัญชีและผู้สอบบัญชีก็ว่าได้

ยินดีต้อนรับเข้าสู่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2564 ผ่านไปแล้วครึ่งปีของปี 2564 เดือนกรกฎาคม ถึอเป็นเดือนเริ่มแรกหลังจากผ่านครึ่งปีไปแล้ว และถือเป็นการเริ่มต้นของเหล่านักบัญชีและผู้สอบบัญชีก็ว่าได้ เพราะหมดภาระอันหนักอึ้งสำหรับการนำส่งและตรวจสอบงบการเงินประจำปี 2563 ตามมาตรการการขยายระยะเวลาการส่งงบการเงิน และยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2563 ที่สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา C&A Insights ฉบับที่ 6 ฉบับเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2564 นี้ นำเสนอเรื่อง “เงินลงทุนในความต้องการของตลาดจะสามารถจัดประเภทได้อย่างไร” โปรดติดตามได้เลย เงินลงทุนเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ เงินลงทุนในตราสารทุนและเงินลงทุนในตราสารหนี้ เงินลงทุนในตราสารทุนเกิดจากการลงทุนซื้อหุ้นทุนของกิจการและได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลรับและกำไรหรือขาดทุนจากการขายเงินลงทุน ส่วนเงินลงทุนในตราสารหนี้เกิดจากการซื้อหุ้นกู้ของกิจการอื่น หรือพันธบัตรของรัฐบาล ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยรับและกำไรหรือขาดทุนจากการขายตราสารหนี้ หากกิจการตั้งใจจะถือเงินลงทุนไว้ไม่เกิน 1 ปี จะจัดประเภทเป็นเงินเป็นเงินลงทุนระยะสั้น และแสดงในสินทรัพย์หมุนเวียน หากตั้งใจจะถือเงินลงทุนไว้เกิน 1 ปี จะจัดประเภท

เงินลงทุน ในความต้องการของตลาด จะสามารถจัดประเภทได้อย่างไร ระหว่างประเทศฉบับที่ 3 บังคับใช้มาได้ระยะเวลาหนึ่งเป็นแล้วคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศได้รับข้อเสนอจากหลาย ๆ ฝ่ายเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นเช่นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานหลังจากการรวมธุรกิจแล้วไม่เพียงพอที่จะประเมินความสมเหตุสมผลและราคาที่จ่ายให้ผู้ถูกซื้อในการรวมธุรกิจที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นข้อมูลเกี่ยวกับการด้อยค่าของค่าความนิยมที่แสดงในงบการเงินนั้นเกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้งบการเงินได้รับข้อมูลการด้อยค่าของค่าความนิยมแทน จากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ แล้วรวมทั้งวิธีการทดสอบการด้อยค่านั้นมีความซับซ้อนและมีต้นทุนสูงกว่าประโยชน์ที่จะได้รับนอกจากนี้ยังได้รับข้อเสนอให้มีการนำวิธีการตัดจำหน่ายค่าความนิยมกลับมาใช้ใหม่ด้วยคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศกำลังพิจารณาแนวทางสำหรับการด้อยค่าหรือการตัดจำหน่ายค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจเหตุผลเบื้องหลังแนวทางแรกคืองานวิจัยหลายงานให้ข้อสรุปว่าการด้อยค่าของค่าความนิยมนั้นมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งบการเงินและหากว่าผู้ซื้อได้ทดสอบการด้อยค่าของค่าความนิยมอย่างถูกต้องแล้วจะทำให้ยอดคงเหลือของค่าความนิยมในงบแสดงฐานะการเงินไม่สูงจนเกินไป แต่หากมีการตัดจำหน่ายแทนการด้อยค่านั้นอาจทำให้ผู้ใช้งผู้ใช้งบการเงินเกิดความเข้าใจผิดว่ามูลค่าของค่าความนิยมที่ลดลงนั้นเกิดจากการใช้ประโยชน์ในระหว่างงวดทั้งๆที่มูลค่าที่ลดลงนั้นเกิดจากมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนนั้นต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีของค่าความนิยมพิจารณาสำหรับแนวทางที่สองนั้นมีเหตุผลเบื้องหลังว่ามาจากการพิจารณาการด้อยค่านั้นมีความซับซ้อนและการมีต้นทุนที่สูงกว่าประโยชน์ที่จะได้รับรวมทั้งข้อมูลระหว่างการด้อยค่าของค่าความนิยมจะปรากฏในงบการเงินช้ากว่าข้อมูลข่าวสารการด้อยค่าจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ที่ผู้ใช้งบการเงินได้รับรวมทั้งกรณีที่การรวมธุรกิจหลายครั้งมีผลการดำเนินงานของธุรกิจหลังรวมกันแล้วไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ แต่ก็ยังมีการแสดงค่าความนิยมไว้ทดสอบในงบการเงินของผู้ซื้อนอกจากนี้การตัดจำหน่ายนั้นมีพื้นฐานมาจากการพิจารณาว่าค่าความนิยมมีอายุการให้ประโยชน์ที่ จำกัด มิใช่ตลอดไปทั้งยังเป็นวิธีการที่ประหยัดต้นทุนและทำให้ผู้บริหารต้องรับผิดชอบต่อผลการดำเนินงานของกิจการหลังรวมธุรกิจเสร็จสิ้นแล้วในรูปของค่าตัดจำหน่ายค่าความนิยมที่จะทำให้กำไรสุทธิลดลงคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศยังไม่ได้กำหนดบทสรุปสำหรับวิธีปฏิบัติทางการบัญชีของค่าความนิยมว่าจะเป็นไปตามแนวทางที่หนึ่งหรือแนวทางที่สองหรือทั้งสองแนวทางเนื่องจากเห็นว่าไม่มีแนวทางใดที่จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดสำหรับค่าความนิยมทั้งนี้ยังได้มีการพิจารณาถึงการกำหนดให้ผู้ซื้อแสดงยอดรวมของส่วนของเจ้าของก่อนค่าความนิยมในงบแสดงฐานะการเงินเนื่องจากค่าความนิยมเป็นสินทรัพย์ที่ไม่สามารถระบุได้เหมือนกับสินทรัพย์อื่น ๆ และไม่สามารถขายออกไปได้รวมทั้งการกำหนดให้ผู้ซื้อพิจารณาการด้อยค่าของค่าความนิยมเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าค่าความนิยมจะด้อยค่าเท่านั้นแทนการพิจารณาการด้อยค่าทุกๆปีคณะกรรมการมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศคาดว่าจะตีพิมพ์ข้อเสนอแนวทางสำหรับค่าความนิยมหลังการรวมธุรกิจประมาณกลางเดือนมีนาคม 2563 เพื่อขอความคิดเห็นภายในเดือนกันยายน 2563 ซึ่งจะมีผลอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไป เครดิต จุลสารสมาคมการบัญชีไทย ฉบับที่ 1 มี.ค.6 ฉบับที่ 1 (TSQM 1)
เป็นเงินลงทุนระยะยาว และแสดงในสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน มีผลบังคับใช้ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 กำหนดให้กิจการจัดประเภทสินทรัพย์ทางเงินเป็น 3 ประเภทคือ 1) สินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าภายหลังด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost) 2) วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (Fair
Value through Other Comprehensive Income หรือ FVTOCI) และ 3) วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (Fair Value through Profit or Loss หรือ FVTPL) สำหรับการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางเงินด้วยวิธีราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost) กิจการต้องไม่รับรู้กำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ ส่วนการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางเงินด้วยวิธีมูลค่า ยุติธรรม (FVTOCI
หรือ FVTPL) นั้นกิจการต้องแสดงสินทรัพย์ทางเงินด้วยมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ณ วันสิ้นรอบระยะเวลารายงาน ในงบแสดงฐานะการเงิน ก่อให้เกิดกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของหลักทรัพย์ (Unrealized Gain or Loss) การที่กิจการจัดประเภทสินทรัพย์ทางเงินด้วยวิธี PVTPL หากมีกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ให้แสดงในส่วนของกำไรหรือขาดทุนในงบกำไรขาดทุนโดยทันที ดังนั้น ถ้ามูลค่ายุติธรรมมีความผันผวนสูง จะส่งผลให้กำไรสุทธิมีความผันผวนตามไปด้วย ในขณะที่หากกิจการจัดประเภทสินทรัพย์ทางเงินด้วยวิธี FVTOCI ให้บันทึกกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงแสดงในส่วนของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น (OCI) และแสดงผลสะสมไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น (องค์ประกอบอื่นในส่วนของผู้ถือหุ้น) ในงบแสดงฐานะการเงิน กิจการสามารถจำแนกวิธีการวัดมูลค่าแบบ FVTOCI ได้เป็น 2 ประเภทคือ FVTOCI-Recycling และ FVTOCI-Nonrecycling กล่าวคือ วิธี FVTOCI-Recycling กำหนดให้เมื่อมีการจำหน่ายเงินลงทุนประเภทนี้ออกไป กิจการ “สามารถโอนกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นที่แสดงไว้ในส่วนของผู้ถือหุ้น ไปเป็นกำไรขาดทุนในส่วนของกำไรขาดทุนได้” จึงส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิหากมีการขายเงินลงทุนที่วัดมูลค่าแบบ FVTOCI-Recycling เช่น เงินลงทุนในตราสารหนี้ที่วัดมูลค่าแบบ FVTOCI-Recycling สำหรับวิธี FVTOCI-Nonrecycling นั้นเมื่อมีการจำหน่ายเงินลงทุนออกไป กิจการจะ ”ไม่สามารถโอนกำไรหรือขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นที่แสดงในส่วนของ OCI ไปเป็นกำไรขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุนในส่วนของกำไรหรือขาดทุนได้” แต่ให้โอนกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงดังกล่าวไปยังกำไรสะสมโดยตรง

ซึ่งวิธี FVTOCI-Nonrecycling ทำให้กำไรสุทธิไม่มีความผันผวน เช่น เงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่าแบบ FVTOCI-Nonrecycling การจัดประเภทสินทรัพย์ทางเงิน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดวิธีวัดด้วยมูลค่าในการจัดประเภทสินทรัพย์ทางเงิน กิจการต้องพิจารณาวัตถุประสงค์การถือครองตามรูปแบบของธุรกิจและลักษณะของกระแสเงินสดตามสัญญา กิจการจัดประเภทเงินลงทุนในตราสารหนี้ เมื่อมีข้อกำหนดตามสัญญาในการก่อให้เกิดกระแสเงินสดซึ่งเป็นการจ่ายเพียงเงินต้นและดอกเบี้ย ดังนี้ 1. หากมีวัตถุประสงค์การถือครองเพื่อรับกระแสเงินสด (Hold to Collect) ตามสัญญาให้จัดประเภทเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าภายหลังด้วยวิธีราคาทุนตัดจำหน่าย (Amortized Cost) 2. หากมีวัตถุประสงค์การถือครองเพื่อรับกระแสเงินสดตามสัญญาและเพื่อขาย (Hold to Collect and Sell) ให้จัดประเภทเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยวิธี FVTOCI-Recycling

3. เงินลงทุนในตราสารหนี้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขการวัดมูลค่าด้วยวิธีที่ระบุไว้ข้างต้นในข้อ 1) และ 2) ให้วัดมูลค่าด้วยวิธี FVTPL

กิจการที่มีเงินลงทุนในตราสารทุนโดยมีวัตถุประสงค์ถือไว้เพื่อค้า (Trading) หรือไม่ได้มีวัตถุประสงค์ถือไว้เพื่อค้า (Non-trading) มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 กำหนดให้กิจการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนด้วยวิธี FVTPL แต่กิจการอาจเลือกวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนซึ่งไม่ได้มีวัตถุประสงค์ถือไว้เพื่อค้า ด้วยวิธี FVTOCI-Nonrecycling ในวันที่เริ่มรับรู้รายการแล้ว เมื่อเลือกแล้วไม่สามารถยกเลิกได้ กิจการจึงไม่สามารถโอนเปลี่ยนประเภทรายการเงินลงทุนในตราสารทุนได้ และไม่สามารถโอนกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นที่บันทึกไว้ในส่วนของ OCI หรือส่วนของผู้ถือหุ้น มารับรู้เป็นกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงเมื่อจำหน่ายเงินลงทุนในตราสารทุนได้ ซึ่งการห้ามโอนเปลี่ยนประเภทจะช่วยลดความผันผวนของกำไรสุทธิ และขจัดปัญหาที่เกิดจากการตกแต่งกำไรโดยการจำหน่ายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อขาย (เดิม) เพื่อรับรู้เป็นกำไรจากการจำหน่ายไว้เป็นรายได้ในงบกำไรขาดทุน เนื่องจากมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 มิได้อนุญาตอีกต่อไป ที่มาของข้อมูลและภาพ : - มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เรื่อง เครื่องมือทางการเงิน ตามประกาศสภาวิชาชีพบัญชี ที่ 32/2563 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 - https://stock.adobe.com
This article is for general information only
C&A Insights
C&A Insights ฉบับที่ 39 เดือน เมษายน - มิถุนายน 2569 นำเสนอเรื่อง การปรับปรุง TFRS 9 เรื่องการเลิกรับรู้หนี้สินทางการเงิ…
Read
C&A Insights
C&A Insights ฉบับที่ 38 เดือน มกราคม - มีนาคม พ.ศ. 2569 นำเสนอเรื่อง เมื่อเงิน “แลกไม่ได้”: ทำความเข้าใจการแก้ไข IAS 21 …
Read
C&A Insights
C&A Insights ฉบับที่ 37 เดือน ตุลาคม - ธันวาคม พ.ศ. 2568 นำเสนอเรื่อง MPMs: ตีกรอบมุมมองใหม่ของฝ่ายบริหารภายใต้ IFRS 18เ…
Read